วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การถือศีลอดเดือนรอมฎอน

                                           

ประโยชน์ของการถือศีลอด


              การถือศีลอดให้ประโยชน์หลายอย่างทั้งทางด้านร่างกายและจิตวิญญาณ มันทำให้มนุษย์ห่างไกลจากราคะของสัตว์ การถือศีลอดมีผลอย่างแท้จริงในการสร้างมนุษย์และสังคมที่มีคุณธรรม

              ท่านศาสดา(ศ.) กล่าวไว้ว่า "การถือศีลอดคือเพื่อสุขภาพ" ในทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญค้นพบแล้วว่า การงดอาหารและน้ำ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาโรค กระเพาะและระบบย่อยอาหารของมนุษย์เป็นอวัยวะที่ต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา หน้าที่หลักคือย่อยอาหารที่มนุษย์รับประทาน มันไม่เคยได้พักผ่อน แต่ด้วยการถือศีลอด อวัยวะเหล่านี้จะได้พักผ่อน และไขมันที่เป็นอันตรายต่อร่างกายก็จะได้ลดน้อยลงไป

             ประโยชน์ทางด้านจิตวิญญาณก็เช่นเดียวกัน ผู้ถือศีลอดจะได้เรียนรู้การควบคุมความปรารถนาของพวกเขา และตรวจสอบความผิด ความสุรุ่ยสุร่าย และความอยากจะใฝ่ต่ำของพวกเขา ซึ่งทั้งหมดเหล่านั้นมีแต่จะสร้างความเสื่อมเสียให้แก่มนุษย์ และทำให้เขาจมปลักอยู่กับความเสียหายและการทำลายล้าง

             1. การถือศีลอด ช่วยขวางกั้นความบาป

                 อิมามอะลี(อ.) เคยถามท่านศาสดา(ศ.) ว่า "อะไรคือการกระทำที่สำคัญที่สุดในเดือนรอมฎอน?" ท่านศาสดา(ศ.) ตอบว่า "การหลีกเลี่ยงจากบาปทั้งหลาย"
                 ผู้ที่ถือศีลอด จะมีความยึดมั่นในกฎเกณฑ์ของอัลลอฮ์ และระมัดระวังตนให้มีจิตใจที่สะอาดผ่องแผ้ว และจะละเว้นจากการกระทำบาปได้อย่างง่ายดาย เพราะความหิวกระหาย และข้อจำกัดอื่นๆ ในการถือศีลอด จะดับไฟแห่งความด่วนได้และสัญชาตญาณดิบลง ดังนั้น การฝึกฝนจิตใจให้มีความเคร่งครัดจึงกระทำได้ง่ายขึ้นในเดือนรอมฎอน

                2. การถือศีลอด ช่วยเสริมกำลังให้เจตนารมณ์

                  สัญชาตญาณและความปรารถนาที่ควบคุมหัวใจของมนุษย์เป็นผู้คุมที่อันตรายมากที่สุด มันชักนำมนุษย์ให้หลงผิดและดึงเขาลงไปสู่ความตกต่ำ การต่อสู้กับความปรารถนาและสัญชาตญาณ ซึ่งเรียกว่า ญิฮาดที่ยิ่งใหญ่ นี้ จำเป็นต้องใช้เจตนารมณ์ที่มั่นคง การถือศีลอดเป็นการต่อสู้กับความปรารถนาที่จะกินและดื่ม ต่อสู้กับสัญชาตญาณของเขา และด้วยการทำเช่นนี้ มันจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่เจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของเขา

                3.  การถือศีลอด ชำระขัดเกลาหัวใจ

                     อิมามอะลี(อ.) กล่าวว่า "เมื่อหัวใจหลีกเลี่ยงจากการคิดเรื่องบาป มันจะสูงส่งกว่าการถือศีลอดทางกายที่หลีกเลี่ยงจากการดื่มกิน"
การถือศีลอด เพิ่มพูนความรู้ในหัวใจ ทำลายความปรารถนาใฝ่ต่ำ และทำให้มันสะอาดบริสุทธิ์

                4.  การถือศีลอด ทำให้อดทน

                     ความอดทนเป็นคุณลักษณะอย่างหนึ่งที่อิสลามเน้นย้ำ ชัยชนะและการบรรลุเป้าหมายใดๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายหากไม่มีความอดทน การถือศีลอดทำให้มนุษย์ได้เรียนรู้ที่จะอดทนและรับความยากลำบากได้อย่างง่ายดาย

               5. การถือศีลอด และความพึงพอใจ

                   อิสลามแตกต่างจากสำนักคิดแนววัตถุนิยมตะวันออกและตะวันตกทั้งหลาย เพราะอิสลามถือว่าโลกนี้เป็นเพียงช่องทางผ่านไปสู่ความสมบูรณ์ของจิตวิญญาณและการบรรลุความจำเริญอันนิรันดร์ ด้วยเหตุนี้ คำสอนของอิสลามจึงไม่ใช่คำสอนเพื่อความบันเทิงและการบริโภค
การถือศีลอดสอนให้มุสลิมสามารถใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ได้ และไม่จำเป็นต้องสนใจกับวัตถุที่สร้างความบันเทิงใจในการใช้ชีวิต

              6.  การถือศีลอด ทำให้เกิดความเมตตาต่อคนยากจน

                   การถือศีลอดยังเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกของความเมตตากรุณา ทำให้จิตใจอ่อนโยนอยากบริจาคช่วยเหลือคนยากจนและขัดสน มันช่วยเตือนใจผู้ศรัทธาให้คำนึงถึงความต้องการของผู้ศรัทธาคนอื่นๆ มุสลิมจะแบ่งปันความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่เขาได้รับกับพี่น้องมุสลิมของเขา เป็นการผูกความสัมพันธ์ระหว่างผุ้ศรัทธากับอัลลอฮ์ให้แน่นหนายิ่งขึ้น เพราะการถือศีลอดเป็นการแสดงออกถึงความปรารถนาที่จะปฏิบัติตามพระประสงค์และพระบัญชาของอัลลอฮ์

             7.  การถือศีลอด ทำให้มีระเบียบวินัย

                  การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนทางจันทรคติ ในบางปีอาจจะตรงกับฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัด บางปีอาจตรงกับฤดูหนาว แต่ถึงกระนั้นผู้ถือศีลอดก็จะต้องรักษาระเบียบวินัยในการถือศีลอดอย่างเคร่งครัด เขาจะต้องอดอาหารและน้ำตั้งแต่ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงดวงอาทิตย์ตกทุกวัน นี่คือบทเรียนอย่างหนึ่งที่ทำให้มุสลิมเป็นผู้มีระเบียบวินัยในชีวิตของเขา



การถือศีลอด

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประวัติโรงเรียนบ้านโคกตก

ข้อมูลพื้นฐาน


1. ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา

1.1 ชื่อโรงเรียน บ้านโคกตก ตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลาเขต 3 โทร 074 – 531505

e-mail koktok@hotmail.com

1.2 เปิดสอนตั้งแต่ ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

1.3 มีเขตพื้นที่บริการ มี 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 , หมู่ที่ 2, หมู่ที่ 3, หมู่ที่ 4 , หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 8

2. ข้อมูลด้านการบริหาร

2.1 ผู้อำนวยการโรงเรียน ชื่อ-สกุล นายสุเมธ หนูเล็ก โทรศัพท์ 081-0937535 วุฒิการศึกษาสูงสุด การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา ดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนนี้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 8 ปี 6 เดือน

2.2 ผู้ช่วยผู้บริหาร ว่าง

2.3 ประวัติโดยย่อ คำขวัญ และวัตถุประสงค์เฉพาะของสถานศึกษา

          โรงเรียนบ้านโคกตก เปิดสอนครั้งแรกเมื่อ วันที่ 16 พฤษภาคม 2480 มีชื่อว่าโรงเรียนประชาบาล ตำบลสะบ้าย้อย 2 มีนายซ่วน แซ่เตียว (นายเกษม) เป็นครูใหญ่คนแรก
          ปี 2482 ท้องถิ่นแยกการปกครองเป็นตำบลทุ่งพอ โรงเรียนก็เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนประชาบาลตำบลทุ่งพอ ต่อมาทางราชการก็เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น โรงเรียนบ้านโคกตกตั้งแต่นั้นมา
          โรงเรียนได้จัดสร้างขึ้นครั้งแรกโดย นายหมื่น หวังสุขราษฎร์ เป็นอาคารชั่วคราวโดยใช้วัสดุในท้องถิ่น มีการซ่อมแซมเรื่อยมาเป็นจำนวน 5 ครั้ง จนต่อมาปี 2508
         นายดำรง ติ้งประโม มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ได้มีการสร้างอาคารเรียนขึ้น 1 หลัง กว้าง 8 เมตร ยาว 34 เมตร โดยอาศัยเงินงบประมาณและเงินสมทบจากราษฎร รวมเป็นเงิน 30,000 บาท ได้เปิดใช้เมื่อ วันที่ 4 พฤษภาคม 2508 ต่อมาได้รับงบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียนเมื่อปี 2512 เป็นเงิน 90,000 บาท
         ต่อมาระหว่างวันที่ 10 – 20 ธันวาคม 2513 ได้รับความช่วยเหลือจัดสร้างอาคารเรียนชั่วคราว จำนวน 1 หลัง บ่อน้ำตื้น 1 บ่อ สนามเด็กเล่น ตามโครงการอาสาพัฒนาของวิทยาลัยครูสงขลาและในปีเดียวกันนี้เอง ทางโรงเรียนก็ได้ขยายการศึกษาภาคบังคับ ถึงระดับประถมศึกษาตอนปลาย ป.1 – ป.7 และทางราชการได้แต่งตั้ง นายวิเชียร อ่อนประเสริฐ มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่
             ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2515 ทางราชการได้แต่งตั้ง นายมานิต ชาตยาภรณ์ มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ แต่ในขณะนั้น นายมานิต ชาตยาภรณ์ ติดช่วยราชการที่หมวดการศึกษา จึงให้นายแปลก ปทุมสุวรรณ รักษาราชการแทน ปีนี้ทางโรงเรียนได้งบประมาณสร้างอาคารเรียน แบบ 017 อีก 1 หลัง 4 ห้องเรียน เป็นเงิน 220,000 บาท และได้รับงบประมาณต่อเติมชั้นล่างอีก 4 ห้องเรียน เป็นเงิน 65,000 บาท และได้รับงบประมาณก่อสร้างโรงฝึกงานขนาด กว้าง 6 เมตร ยาว 17.50 เมตร เป็นเงิน 90,000 บาท
             ในปี 2529 ได้มีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา โดยนายล่อง ไชยขวัญ มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ซึ่งในขณะที่นายมานิต ชาตยาภรณ์ ย้ายไปดำรงตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่โรงเรียนสะบ้าย้อย ต่อมาในปี 2531 นายสมมาตร สุวรรณรัตน์ ได้มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ปีนี้เองทางโรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างถนนคอนกรีตภายในโรงเรียน มีความยาว 80 เมตร งบประมาณ 130,000 บาท ต่อมาในปี 2534 ได้ย้ายนายสวัสดิ์ รามชุม มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ซึ่งต่อมาในปี 2535 ทางโรงเรียนได้รับการอนุมัติให้เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตามโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา โดยเปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขึ้นก่อน จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียน จำนวน 19 คน
            และในปีการศึกษา 2535 ทางราชการได้ย้าย นายอำนวย ชูมาปาน มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ปี 2536 ทางโรงเรียนได้งบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช. 105/29 จำนวน 1 หลัง 8 ห้องเรียน เป็นเงิน 1,920,000 บาท พร้อมกับงบประมาณก่อสร้างส้วมแบบ สปช.301/26 จำนวน 1 หลัง 4 ที่นั่ง เป็นเงิน 90,000 บาท ต่อมาในปี 2538 ได้รับงบประมาณก่อสร้างสนามบาสเก็ตบอล จำนวน 1 สนาม งบประมาณ 128,000 บาท
          ในส่วนที่ดินของโรงเรียนบ้านโคกตกตั้งอยู่ในที่ราชพัสดุ เลขที่ สข.609 แบ่งออกเป็น 2 แปลง มีถนนสาธารณะตัดผ่าน ทางด้านทิศตะวันออกของถนนเป็นที่ตั้งของอาคารเรียน อาคารประกอบ มีเนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 10 ตารางวา ส่วนแปลงด้านทิศตะวันตกของถนนเป็นสวนยางพาราและพื้นที่สำหรับทำแปลงเกษตร ปัจจุบันเป็นสนามกีฬาของโรงเรียน มีเนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 15 ตารางวา รวมทั้งสิ้น 12 ไร่ 25 ตารางวา
       วันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 นายสุเมธ หนูเล็ก มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกตก ปัจจุบันในปีการศึกษา 2554 มีนักเรียน 601 คน จำนวน 20 ห้องเรียน มีครู 19 คน ไปช่วยราชการ 1 คน พนักงานราชการ 11 คน ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ 1 คน เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน ภารโรง 2 คน แม่ครัว 2 คน พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน 1 คน รวมมีข้าราชการครูและบุคลากรทั้งสิ้น 37 คน